We Love Mascot [ Mascot Club Thai ]

♥ ~ WLM CluB ~ ♥

เข้าสู่ระบบ(Log in)

ลืม(forget) password

Similar topics

    ผู้ที่กำลัง online

    ผู้ที่ online ทั้งหมด 1 คน :: ลงทะเบียน 0 คน, ซ่อน 0 คน และ 1 ผู้มาเยือน

    (ไม่มี)


    [ View the whole list ]


    มีผู้ใช้ online พร้อมกันสูงสุด 14 คน เมื่อ Sun Nov 27, 2011 4:33 pm


      ทางสองแพร่ง ของโอกาสกับความสุข

      Share

      kappathai
      Level 0
      Level 0

      จำนวนข้อความ : 4
      Join date : 08/04/2010

      ทางสองแพร่ง ของโอกาสกับความสุข

      ตั้งหัวข้อ by kappathai on Sun May 09, 2010 5:39 pm

      ทางสองแพร่ง ของโอกาสกับความสุข



      วันนี้ (29 เม.ย. 53) รายการเดอะสตาร์ ได้พาผู้เข้าแข่งขัน 2 คนสุดท้าย ไปพบกับซุปเปอร์อันดับ 1 ของเมืองไทย พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย หลังจากที่พี่เบิร์ด ให้พรและกำลังใจแก่ 2 ผู้เข้าแข่งขันแล้ว ผู้เข้าแข่งขันท่านหนึ่ง ได้ยิงคำถามใส่พี่เบิร์ดประมาณว่า พี่อยู่วงการมานานแล้ว พี่ทำยังไงถึงอยู่ในวงการได้นานขนาดนี้ คำตอบของพี่เบิร์ดน่าประทับใจ และให้ข้อคิดที่ดีมากๆ ผมขอเรียบเรียงเป็นภาษาของตนเองดังนี้



      การที่พี่เบิร์ดมาเป็นศิลปิน พี่เบิร์ดมีแต่ได้กับได้ แม้ว่าพี่เบิร์ดจะทิ้งความมั่นคงจากงานธนาคารที่ตอนนั้นพี่ทำอยู่ เพื่อมาเป็นศิลปินซึ่งพี่ก็ไม่รู้ว่าพี่จะประสบความสำเร็จหรือไม่แต่พี่ได้เลือกแล้ว พี่ต้องซื่อสัตย์กับสิ่งที่ตนเองเลือก พี่ต้องทุ่มเทกับมัน เผอิญว่าพี่มีความสุขในสิ่งที่พี่เลือก พี่ไม่เคยเบื่อเวลาที่พี่ในห้องซ้อมเต้น ในห้องอัดเสียง พี่อยากจะซ้อมเต้นซ้อมร้องอยู่ตลอดเวลา น้องๆคิดดูว่า พี่เป็นนักร้อง มีคนคิดท่าเต้นให้พี่ มีคนแต่งเพลงให้พี่ ดนตรีในทุกๆห้องทุกๆจังหวะ มีคนเตรียมให้พี่อย่างดี พี่เพียงแต่ตั้งใจร้อง ตั้งใจเต้น ตั้งใจซ้อม เมื่อพี่ทำมันได้ดีคนที่เสพผลงานของพี่เค้าก็รักพี่อีก พี่มีแต่ได้กับได้ พี่ไม่เคยต้องเสียอะไร ชีวิตของพี่โชคดีมาก พี่ต้องทำเพียงอย่างเดียวคือ ซื่อสัตย์กับตัวเองและซื่อสัตย์ต่อคนที่เชื่อมั่นในตัวพี่ เพราะฉะนั้นพี่ต้องเชื่อมั่นในตัวเองด้วยว่าพี่ต้องทำได้ ทำให้ถึงที่สุด



      ที่ผมชอบมากที่สุดคือ ทำให้ดีที่สุด เพราะมีแต่ได้กับได้ แต่ก็รู้สึกว่าทำพูดนี้นำไปปฏิบัติจริงได้ยากอยู่ไม่น้อย ด้วยเงื่อนไขหลายอย่างที่แต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน เช่นถ้าเรารับโอกาสที่จะได้ทำบางสิ่งบางอย่าง แต่ว่าเมื่อเราทำแล้ว เรากลับไม่มีความสุขเลยในสิ่งที่ทำ บางคนอาจจะลงมือทำมันต่อไปให้ดีที่สุดได้ แต่ผมคิดว่าหลายคนคงทำต่อไปไม่ไหว เพราะใจมันเหนื่อยล้า ถ้าไม่ใช่งานบังคับก็อยากจะเลิกเสียด้วยการทำให้มันเสร็จๆไปซักที



      พี่เบิร์ดได้เลือกแล้ว ก็ต้องซื้อสัตย์กับสิ่งที่ตนเองเลือก หลายครั้งที่โอกาสบางอย่างเข้ามาในชีวิตให้เราเลือก และหลายครั้งที่เราไม่อาจล่วงรู้ผลของการเลือกนั้นที่จะเกิดขึ้นตามมา หากผลของการเลือกไม่เป็นไปอย่างที่ใจนึก เมื่อเลือกแล้วไม่สามารถคิดบวกต่อไปได้จนถึงที่สุด มันก็อาจจะต้องหยุดเข้าซักวัน แต่หากเราไม่เลือก บางทีเราก็อาจจะเสียโอกาสนั้นไปโดยที่ยังไม่ทันได้ลองทำอะไรเลย



      พี่ต้องเชื่อมั่นในตัวเองด้วยว่าพี่ต้องทำได้ ทำให้ถึงที่สุด ก่อนเลือกก็อาจจะรู้สึกว่า ถ้าเลือกแล้วเราต้องทำได้แน่ๆ แต่หลังจากเลือกแล้วเกิดเราไม่สามารถทำได้ขึ้นมา เราผิดหรือเปล่า อาจมีคนบอกให้เราลองเทียบกับคนที่เขาโอกาสน้อยกว่าเรา เช่นคนพิการ ที่เขามีแรงฮึดสู้แล้วทำมันได้สำเร็จ ผมคิดว่าคนที่มีครบ 32 แต่ก็ยังคงก้าวข้ามขีดจำกัดบางอย่างของตนเองไม่ได้ ย่อมเข้าใจโอกาสที่ตนได้รับ แต่เพราะเรามีสิทธิเลือกไม่ใช่เหรอ ในอีกแง่มุมหนึ่ง ผู้พิการอาจจะไม่มีตัวเลือกมากมายนัก จึงต้องทำทางที่ตนอาจไม่อยากเลือกให้สำเร็จ ถ้าฉันมีสิทธิเลือก แล้วเลือกที่จะไม่ทำให้ถึงที่สุด ฉันคิดอย่างนี้จะผิดไหมนะ



      ความสุขของพี่เบิร์ดอาจเป็นหนึ่งในล้าน คนไทยที่มุ่งมั่นไปประกวดแข่งขันเพื่อเข้าวงการบันเทิงทั้งหลายนั้น อาจจะร้องแพลง และเต้นแล้วมีควาสุขมากๆ แต่ไม่ได้รับโอกาสให้เข้าไปทำงานบันเทิง แต่กลับบางคนที่ได้รับโอกาสนั้นง่ายๆ เพราะว่าหน้าตาดีมีเสน่ห์ เสียงไพเราะมาแต่กำเนิด แต่ถ้าเขาไม่เลือกที่จะรับโอกาสเหล่านั้น พวกเขาผิดอย่างนั้นเหรอ เดอะสตาร์ 6 มีบุคคลหนึ่งที่ได้เข้ารอบคัดเลือก 20 คนสุดท้าย แต่เขากลับทิ้งโอกาสกลางคัน กระแสที่มีต่อเรื่องราวของเขาในครั้งนั้น มีแต่เสียงก่นด่าในแง่ลบ เพราะเค้าเป็นตัวแทนของโอกาสที่คนบางคนอาจจะไม่มีทางได้รับเลยก็ได้ในชีวิต คำตอบของคนที่มีโอกาสแต่ไม่คว้าเอาไว้คือ ผิด ล่ะมั้ง



      คนที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้นั้น อาจสังเกตได้ง่ายจากแววตาของเขา เวลาพูดถึงสิ่งที่ตนเองอยากทำ ผมเดาว่าคุณวงษ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ที่สามารถขอทุนหนึ่งล้านบาทจากบุคคลที่ไม่เคยรู้จักกันเพื่อนำไปทำนิตยสาร a day คงรับรู้ถึงความมุ่งมั่นจากดวงตาคู่นั้น หรือแม้แต่ข้อความโฆษณาขายหุ้นต่างๆที่เขาเขียนขึ้น คนอ่านก็นึกแววตาของเขาออกโดยพลัน ผมคิดว่านอกจากเขาจะเชื่อมั่นในตนเองแล้ว เขาคงนึกออกแต่ภาพความสุขของเขาหลังจากที่ได้ลงมือทำฝันนั้นให้เป็นจริง ส่วนความทุกข์คงเหมือนมด แค่บี้ก็หายไปแล้ว



      มาถึงจุดนี้ ผมอยากจะให้ทุกคนที่มีโอกาสเลือก ได้ลองไตร่ตรองถึงโอกาสที่ตนเองได้รับ ลองคิดภาพของตนเองว่าจะเกิดความทุกข์หลังจากที่รับโอกาสนั้นมาหรือไม่ ถ้ายังนึกออก แล้วไม่ได้รู้สึกว่าความทุกข์ที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย ผมว่าอย่าเลือกโอกาสนั้นมาลองเลยครับ ทุกข์ของคุณอาจไม่คุ้มที่จะเสี่ยง อย่างน้อยผมคงไม่มองว่ามันเป็นเรื่องผิด



      แม้คำตอบของพี่เบิร์ดจะน่าประทับใจ แต่สิ่งที่หลายคนได้เรียนรู้ กลับต่างไปอย่างสิ้นเชิงก็เป็นได้ แต่ขอให้ทุกท่านได้พบกับแววตาที่มีความสุขของตนเองในเร็ววันนะครับ



      เปี๊ยก
      avatar
      TaiLmoN
      Admin
      Admin

      จำนวนข้อความ : 74
      Join date : 16/08/2009
      : 24
      ที่อยู่ : In My Mascot

      Re: ทางสองแพร่ง ของโอกาสกับความสุข

      ตั้งหัวข้อ by TaiLmoN on Mon May 17, 2010 12:12 pm

      พูดได้ซึ้ง และคนเขียนเขียนได้ดีมากๆครับ T^T แง...

      เส้นทางและจุดเริ่มต้นของพี่เบิร์ดน่าประทับใจมาก ด้วยจากการทิ้ง และเริ่มใหม่ ....

      สุดยอดมากครับ !!

      ปล. ผมเป็นคนคอมเม้นต์ไม่เก่งมากนะครับ T^T


      _________________





      ♥️~::>-[_I L๏v€ M@$c๏t_]-<::~♥️






      avatar
      AKIRAz
      Level 0
      Level 0

      จำนวนข้อความ : 7
      Join date : 26/08/2010
      : 27
      ที่อยู่ : SaiYa STAR

      Re: ทางสองแพร่ง ของโอกาสกับความสุข

      ตั้งหัวข้อ by AKIRAz on Thu Aug 26, 2010 10:22 am

      รัก ป้า เบิร์ด จัง

      อุ้ย ป๋า

        เวลาขณะนี้ Sun Dec 17, 2017 5:00 pm